TOP

พรมปูพื้นมีกี่แบบ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานในบ้าน

พรมปูพื้นถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการตกแต่งบ้านที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วพรมสามารถเปลี่ยนบรรยากาศของห้องให้ดูอบอุ่น หรูหรา หรือทันสมัยได้ในทันที นอกจากความสวยงามแล้ว พรมยังช่วยลดเสียงสะท้อน ป้องกันการลื่นล้ม และเพิ่มความสบายเวลาเดินหรือพักผ่อนบนพื้นอีกด้วยอย่างไรก็ตาม พรมปูพื้นมีหลายประเภท หลายวัสดุ หลายรูปแบบ หากเลือกไม่เหมาะสมอาจทำให้ดูแลยาก สกปรกง่าย หรือใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ประเภทของพรมปูพื้นตามวัสดุ

การแบ่งประเภทพรมตามวัสดุเป็นวิธีที่นิยมที่สุด เพราะวัสดุส่งผลโดยตรงต่อความทนทาน ความนุ่ม การดูแลรักษา และราคา

  1. พรมใยสังเคราะห์พรมประเภทนี้ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ ไนลอน หรือโพลีโพรพิลีน จุดเด่นคือราคาไม่สูง หาซื้อง่าย สีสันหลากหลาย และทนต่อคราบสกปรกได้ดี เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง
  2. พรมปูพื้นใยธรรมชาติผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ขนสัตว์ ฝ้าย ปอกระเจา หรือไหม ให้สัมผัสนุ่ม หรูหรา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะกับบ้านที่เน้นสไตล์อบอุ่นหรือมินิมอล

ประเภทของพรมตามลักษณะการทอและผิวสัมผัส

นอกจากวัสดุแล้ว ลักษณะการทอก็มีผลต่อความรู้สึกเมื่อใช้งาน

  1. พรมปูพื้นขนสั้น (Low Pile) เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการเดินผ่านบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่น โถงทางเดิน หรือห้องทำงาน เพราะทำความสะอาดง่าย ฝุ่นสะสมยาก
  2. พรมปูพื้นขนยาว (High Pile / Shaggy) ให้ความนุ่มและหรูหรา เหมาะกับห้องนอนหรือห้องพักผ่อน แต่ต้องดูแลทำความสะอาดบ่อยกว่าพรมขนสั้น
  3. พรมทอเรียบ (Flat Weave) ลักษณะบาง เบา เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะกับบ้านที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศบ่อยๆ

การเลือกพรมให้เหมาะกับแต่ละห้องในบ้าน

  • ห้องนั่งเล่นควรเลือกพรมที่ทนทาน ทำความสะอาดง่าย และมีขนาดพอดีกับโซฟาหรือพื้นที่กลางห้อง สีไม่ควรอ่อนเกินไปเพราะเปื้อนง่าย
  • ห้องนอนเน้นความนุ่มสบาย เลือกพรมขนยาวหรือวัสดุที่ให้สัมผัสอบอุ่น สีโทนอ่อนช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลาย
  • ห้องครัวควรเลือกพรมที่กันน้ำ ซักง่าย และแห้งเร็ว เช่น พรมใยสังเคราะห์
  • ห้องทำงานเลือกพรมขนสั้นหรือพรมทอเรียบ เพื่อลดการสะสมฝุ่นและสะดวกต่อการเลื่อนเก้าอี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพรมปูพื้น

คำถาม 1: พรมปูพื้นห้องแบบไหนเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง?
คำตอบ: ควรเลือกพรมใยสังเคราะห์ขนสั้น เพราะทำความสะอาดง่ายและไม่เก็บขนสัตว์มากเกินไป

คำถาม 2: พรมปูพื้นขนยาวดูแลยากจริงหรือไม่?
คำตอบ: ค่อนข้างดูแลยากกว่าพรมขนสั้น เนื่องจากฝุ่นและเศษผงสามารถติดได้ง่าย จึงต้องดูดฝุ่นบ่อยขึ้น

คำถาม 3: ควรเปลี่ยนพรมบ่อยแค่ไหน?
คำตอบ: โดยทั่วไปทุก 3–5 ปี

พรมปูพื้น

Comments are closed.